
หลังจากเช็คอิน ได้ตั๋ว
ดูตั๋วก่อน ว่ามี ต่อเครื่องภายในอเมริกา หรือไม่ ต่อเครื่องระหว่างประเทศหรือไม่ ได้ตั๋วครบถึงBKKเลยหรือยัง
ถ้าต่อเครื่องระหว่างประเทศ ต้องตรวจ Security ใหม่ (ตรวจความปลอดภัยที่ต้องเอาของใส่ตะกร้าผ่านช่องscan)
ต่อเครื่องในประเทศอเมริกา ลงเครื่อง ออกจากเกท ไปหาเกทที่ต้องต่อเครื่อง
ถ้ามีตั๋วยังไม่ครบถึง BKK ช่วงต่อเครื่องไปเช็คอินที่เคาเตอร์สายการบินเพื่อออกตั๋วเที่ยวบินต่อไป
————–
ขั้นตอนแรก
เช็คอิน ใช้พาสปอร์ตและแสดงตั๋ว หรือ E-ticket ตอนเช็คอิน
บางสนามบินอาจต้องทำเอง สอบถามจนท.ได้
จะได้ตั๋วมาดูว่าตั๋วที่เราได้มาไปถึงปลายทางเลยหรือไม่
ถ้าได้ยังไม่ครบต้องไปขอออกตั๋วที่สนามบินที่จะไปต่อเครื่อง
จะได้ tag กระเป๋าเอาไว้ ตรวจสอบหากกระเป๋าเกิดสูญหายมีปัญหา เก็บไว้ให้ดี
ถ้ากระเป๋าไม่มีปัญหาก็ไม่ได้ใช้ แต่ถ้ากระเป๋ามีปัญหา ต้องเอาtag นี้ไปติดต่อจนท.
ตรวจสอบ security ก่อนจะเข้าไปด้านในเกท ก่อนตรวจ ยื่น ID card ให้จนท. เตรียมเอาสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องเข้าเครื่อง scan
ไปเกท บางสนามบินอาจต้องนั่งรถไฟใต้ดิน ไปตามป้าย ไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางไปเกท เดินตามไปเรื่อยๆ ถ้าป้ายบอกให้ขึ้นรถไฟใต้ดิน ก็ขึ้นไป
ไปถึงเกท นั่งรอ ตรวจสอบข้อมูล ว่าเรามาถูกเกทหรือเปล่า (จะมีชื่อสายการบินขึ้นที่จอมอนิเตอร์เกทที่เรานั่งรอ )
นั่งฟัง ว่าจนท.จะประกาศอะไรหรือไม่ บางสายการบิน เรียกผู้โดยสารทุกคนไปตรวจสอบตั๋วและพาสปอร์ตอีกรอบ หรือประกาศหาผู้โดยการบางคน
ถ้าไม่มีประกาศให้ทำอะไร ไม่ต้องติดต่อจนท.ที่เคาเตอร์ นั่งรอไปเรื่อยๆ รอเรียกขึ้นเครื่อง
โดยทั่วไปจะเรียก เข้าตามลำดับ สังเกตุในตั๋วเรา ระบุ กลุ่มอะไร บางสายการบิน เรียก เป็น zone 1,2,3,4…
บางสายการบินเรียก group A, B, C,………
(เริ่มจากตั๋วราตาแพงเข้าก่อน) และ ผู้โดยสารที่ต้องการ ความช่วย เหลือ ผู้โดยสารที่มีเด็กมาด้วย จะได้ขึ้นก่อน
พอจนท.เรียกถึงกลุ่มของเราต่อแถวขึ้นเครื่อง ยื่น พาสปอร์ตตั๋วให้จนท.อีกรอบ เข้าไปในเครื่อง ยื่นหางตั๋วให้จนท.ที่รอตรงประตู จนท.จะแนะนำว่าเราต้องเดินเข้าฝั่งไหน
เข้าไปที่นั่งเก็บกระเป๋า ไว้ที่ช่องเก็บเหนือศีรษะ หรือใต้ที่พักเท้า เตรียมตัวเดินทางยาว
ก่อนเครื่องขึ้นและลงจอดทุกครั้งอย่าลืม ปรับเบาะที่นั่งให้กลับมาอยู่ระดับปกติ
ถ้าต้องต่อเครื่องระหว่างประเทศ
ออกจากเครื่องมา มองหาป้าย International Connecting Flight หรือ Transfer
ถึงห้องตรวจ security เตรียมตรวจ security
ขั้นตอนนี้ เตรียม พาสปอร์ตและตั๋วเตรียมยื่นให้จนท.ด้วย
ออกจากห้องตรวจ security มา ตรวจสอบความถูกต้องของเกทอีกรอบจากป้ายมอนิเตอร์ระหว่างทางเดิน หรือที่สอบถามที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์
ไปเกท ตรวจสอบเกทอีกรอบ นั่งรอเรียกขึ้นเครื่อง
ก่อนถึงไทย จนท.บนเครื่องจะแจกบัตรขาเข้า เอาไว้ยื่นให้ที่ตม. ปัจจุบัน คนไทย เข้าประเทศไทยไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มนี้แล้ว
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
เดินไปตรวจคนเข้าเมือง ฝั่งซ้ายจะเป็นสำหรับชาวต่างชาติ มีแถวยาวตลอด ฝั่งขวาจะเป็นตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติสำหรับคนไทย ซึ่งฝั่งนี้จะโล่งมาก มีจนท.ทำให้ ยื่นพาสปอร์ตให้ จนท. แล้วก็ทำตามหน้าจอ เครื่อง scan พาสปอร์ต มีจนท. ช่วยบอก
ถ่ายรูป และ scanลายนิ้วมือ
เสร็จแล้วไปรับกระเป๋า ที่ป้ายด้านบนสายพานที่กระเป๋าเลื่อนมา จะระบุสายการบิน ตรวจสอบหมายเลข สายพานของสายการบินที่เราเดินทางที่จอมอนิเตอร์
ระหว่างรอกระเป๋ามาถึง ลากรถเข็นที่อยู่บริเวณนั้น มารอรับกระเป๋าจะได้เข็นสะดวก
ผ่านจุดสำแดงของต้องห้าม ชำเลืองมองหน้าจนท. ถ้าจนท.ไม่บอกให้เอากระเป๋าไปเข้าเครื่องscan ก็เดินผ่านออกมาเลย
ช่วงเดินออกมาข้างนอก คนจะเยอะมาก อาจตาลายได้ จุดนัดพบค่อนข้างกว้าง หากันไม่ค่อยเจอเลย ตาลาย โทรศัพท์ที่สนามบินก็หยอดเหรียญไม่ค่อยได้เลย เต็มตลอด ชื้อบัตรโทรศัพท์แถวนั้นมาใช้กับตู้โทรศัพท์ สาธารณะ จะสะดวกขึ้น
สำหรับคนที่เดินทางด้วย green card
โดยทั่วไปจะใช้ green card ขากลับเข้ามาอเมริกา ที่ตม.อเมริกา และ ยื่นตอนเช็คอินที่สายการบินที่ไทย จนท.ต้องการดูว่าเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าอะไร มี green card ไม่ต้องใช้วีซ่า เข้าอเมริกา
ระหว่างการเดินทาง ระหว่างต่อเครื่อง บางคนอาจถูกถามหา green card ยื่นให้จนท.ไป โดยทั่วไปจำเป็นต้องใช้ ที่ตม.อเมริกาขาเข้า
ที่ ตม.อเมริกา ต่อแถว ฝั่งอเมริกันซิติเซ่น , LPR ตรวจพาสปอร์ต ที่ จุดเครื่องตรวจอัตโนมัติ
ผ่านจุด ตม. ไปรอรับกระเป๋า ทุกคนที่เดินทางเข้าอเมริกา ต้องไปรับกระเป๋า มา ตรวจที่ จุด Custom จะถูกเปิดกระเป๋า หรือไม่ แล้วแต่ จนท . พิจารณา อาจสุ่มเปิดกระเป๋าในบางคน
ศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง ของต้องห้ามนำเข้ามีอะไรบ้าง
ถ้าไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นของต้องห้ามหรือไม่ ไม่ต้องเอามา





